สร้างกลุ่มใหม่เพื่อแบ่งปันสิ่งที่ดีให้กับเพื่อนๆ สร้างกลุ่ม
ครั้นเมื่อ 2 บอร์ดเดิม http://group.wunjun.com/whatisnippana http://group.wunjun.com/meditation หน้าแรกเข้าไม่ได้แล้ว ก็เลยกดดูนั่นดูนี่ไป ก็พบตรงนี้เข้า ตั้งใจประชดบอร์ด วันจันเน่านานแล้ว ครั้งแรกใส่ abc no ok เปลี่ยนเป็น ake กดโพสต์วิบเดียวชื่อบอร์ดวันจันเน่ามาเลย เป็น Admin ในบัดดล จึงตั้งใจกดกลับไปที่ตรงเดิม จะตั้งชื่อบอร์ดให้เหมาะกับการใช้งาน ไปไม่ถูก เพราะฉะนั้น จึงจำยอมรับ ชื่อ วันจันเน่า + ake


กระบวนการรับรู้ของมนุษย์

...
| อ่าน 20 | ตอบ 3
ขนาดตัวอักษร


ความคิดเห็น

...
ความคิดเห็นที่ 1
 @เครื่องมือในการรับรู้ของมนุษย์


พระพุทธศาสนาแสดงว่า  มนุษย์ประกอบด้วยธาตุหรือองค์ประกอบขั้นมูลฐาน  ๖ อย่าง  คือ ธาตุดิน  ธาตุน้ำ ธาตุไฟ  ธาตุลม   ธาตุอากาส และวิญญาณธาตุ   โดย  ๔  ธาตุแรกเป็นธาตุทางสสาร หรือ รูปธาตุ  ส่วน  ๒ ธาตุสุดท้ายเป็นอรูปธาตุหรือนามธาตุ  เฉพาะวิญญาณเป็นธาตุที่มีคุณสมบัติพิเศษ   คือ  สามารถรู้ได้


จากธาตุหรือองค์ประกอบขั้นมูลฐาน  ๖ อย่าง ดังกล่าวนี้เองที่ได้ก่อให้เกิดประสาทรับรู้  ๖  ชนิด  ขึ้นในร่างกายของมนุษย์  ซึ่งพระพุทธศาสนาเรียกว่า  อายตนะ  ๖  (มีความหมายว่าที่ต่อ)  คือ 
- จักขวายตนะ   ได้แก่  ประสาทตา
- โสตายตนะ     ได้แก่  ประสาทหู
- ฆานายตนะ     ได้แก่   ประสาทจมูก
- ชิวหายตนะ     ได้แก่   ประสาทลิ้น
- กายายตนะ      ได้แก่   ประสาทกายหรือผิวหนัง
- มนายตนะ        ได้แก่  ประสาทใจ
(ธาตุวิภังคสูตร - ม.อุ.14/680/436)


ตามคำสอนของพระพุทธศาสนา  มนุษย์มีประสาทรับรู้  ๖  มิใช่ ๕ อย่างที่เชื่อถือกันทั่วไป  โดย  ๕  อย่างแรกเรียกรวมได้ว่า ประสาทสัมผัสทางกาย   หรือ ประสาทกาย   ส่วนอย่างสุดท้าย (มนะ)  เรียกได้ว่า   ประสาทสัมผัสทางใจหรือประสาทใจ

...
ความคิดเห็นที่ 2
ในมหาหัตถิปโมทสูตร  (ม.ม. 12/346/358)  อธิบายกระบวนการรับรู้หรือการเกิดของวิญญา  (ความรู้)  ไว้ย่อๆ ว่า  เมื่อจักษุประสาท  ไม่เสียหาย   มีรูปเข้ามาสู่คลองจักษุ  และจิตกำหนด  (หรือเอาใจใส่)  การกระทบกันของรูปและจักษุนั้น     วิญญาณ คือความรู้แต่จักษุและรูปั้น  ย่อมเกิดขึ้น   ในกรณีของโสตประสาท  ฆานประสาท  ชิวหาประสาท  และกายประสาท  ก็เช่นเดียวกัน


ดูเรื่องอายตนะให้กว้างขึ้นที่


https://group.wunjun.com/whatisnippana

https://group.wunjun.com/whatisnippana
แก้ไขเมื่อ 05-01-2020 09:20:23
...
ความคิดเห็นที่ 3
 ข้อความในพระสูตรดังกล่าวข้างต้นแสดงวา่ในการรู้รับสิ่งต่างๆ ของมนุษย์นั้น  ประสาทสัมผัสทั้ง ๖  อย่างต้องทำงานร่วมกันจึงจะเกิดการรู้  หรือ การรับรู้ที่ชัดเจน   กระบวนการทำงานของประสาทสัมผัสทั้ง ๖  แบ่งได้เป็น ๒ ขั้นตอน   
ขั้นตอนแรก  ประสาททางกาย (เช่น ตา) กระทบหรือสัมผัสกับวัตถุภายนอก  (คือวัตถุที่ถูกมอง)   ก่อให้เกิดความรู้สึกขั้นต้น  เรียกว่า  ความรู้สึกทางตา  (จักขุวิญญาณ)  กระบวนการขั้นตอนนี้  (วัตถุ +ตา = จักขุวิญญาณ)  รวมเรียกว่า ผัสสะ  คือ ความรู้สึกกระทบหรือความรู้สึกสัมผัส  
ขั้นตอนที่สอง  ผัสสะหรือความรู้สึกที่กระทบนั้นไหลไปสู่ประสาทใจ (คือ มนะ)  หรือใจรับรู้ผัสสะนั้นจึงเกิดเป็นการรับรู้ขั้นที่สอง คือ  รู้ทางใจ   มโนวิญญาณ  คือ การรู้ทางใจเป็นความรู้ที่ชัดเจน   ถ้าเป็นการทำงานร่วมกันของประสาทตา และประสาทใจ   ก็ก่อให้เกิดการรู้  คือ การเห็นที่ชัดเจน  ซึ่งเรียกว่า  เป็นความรู้ทางตา  ในกรณีของประสาทสัมผัสอื่นๆ  ก็ทำนองเดียวกัน
แก้ไขเมื่อ 06-01-2020 17:37:18
แสดงความคิดเห็น
หรือ