สร้างกลุ่มใหม่เพื่อแบ่งปันสิ่งที่ดีให้กับเพื่อนๆ สร้างกลุ่ม
ครั้นเมื่อ 2 บอร์ดเดิม http://group.wunjun.com/whatisnippana http://group.wunjun.com/meditation หน้าแรกเข้าไม่ได้แล้ว ก็เลยกดดูนั่นดูนี่ไป ก็พบตรงนี้เข้า ตั้งใจประชดบอร์ด วันจันเน่านานแล้ว ครั้งแรกใส่ abc no ok เปลี่ยนเป็น ake กดโพสต์วิบเดียวชื่อบอร์ดวันจันเน่ามาเลย เป็น Admin ในบัดดล จึงตั้งใจกดกลับไปที่ตรงเดิม จะตั้งชื่อบอร์ดให้เหมาะกับการใช้งาน ไปไม่ถูก เพราะฉะนั้น จึงจำยอมรับ ชื่อ วันจันเน่า + ake


ความงามในพุทธปรัชญา

...
| อ่าน 18 | ตอบ 5
ขนาดตัวอักษร


คำนำ 

พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบพระพุทธศาสนาเหมือนมหาสมุทร ซึ่งเต็มไปด้วยรัตนะ คือ ทรัพยากรอันมีค่ามากมาย   สุดแต่ใครจะมีสติปัญญานำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิต  
พระพุทธศาสนามีธรรม หรือ คำสอนหลากหลาย   ผู้ที่สนใจสามารถจะศึกษาได้ในหลายมิติ หรือหลายแง่มุม    สุดแต่จะสนใจ  หรือ  สุดแต่จะต้องการรู้อะไร  หรือ จะต้องการได้อะไร  เสมือนการค้นหาทรัพยากรในมหาสมุทร ฉะนั้น
 
การศึกษาพระพุทธศาสนาในมิติแห่งปรัชญาก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เราเขาใจ หรือมองเห็นลีลาของพุทธธรรมในแง่ของเหตุผล   หรือ  ในลีลาของปรัชญา ซึ่งอาจจะช่วยให้ได้รับรสของพุทธธรรมในอีกรูปแบบหนึ่ง   แต่เนื่องจากการศึกษาพุทธธรรมในเชิงปรัชญา  ก็คือ  กระบวนการการคิดการตีความตามเหตุผลเท่าที่สติปัญญาของผู้ศึกษาจะอำนวยให้ได้ 


ฉะนั้น    ผู้เรียบเรียงจึงถือว่า    เรื่องราว  และแง่มุมต่างๆ ที่ผู้เรียบเรียงนำเสนอในหนังสือนี้  เป็นเพียงทรรศนะของผู้เรียบเรียงที่นำเสนอใหอ่านได้พิจารณาเท่านั้น   ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องคิดหรือเข้าใจอย่างที่ผู้เรียบเรียงคิดและเข้าใจ

แก้ไขเมื่อ 25-01-2020 17:56:53

ความคิดเห็น

...
ความคิดเห็นที่ 1
 @ความงามในพุทธปรัชญา

ความงามเป็นสิ่งหนึ่งที่มีมาคู่กับมนุษย์ตั้งแต่บรรพกาล  แต่ดูเหมือนว่ามนุษย์โดยทั่วไปก็อยู่กับความงามอย่างเงียบๆ   ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร  นานๆ  ครั้งจึงจะมีเหตุการณ์ใหญ่โตที่เนื่องมาจากความงามเกิดขึ้น  ทำให้สังคมหรือหมู่มนุษย์ปั่นป่วนกันไปพักหนึ่ง  เช่น  สงครามเมืองทรอย เป็นต้น  




แก้ไขเมื่อ 25-01-2020 17:12:12
...
ความคิดเห็นที่ 2
 เรื่องความงาม  มิได้มีอยู่เฉพาะในชีวิตของคนทั่วไปเท่านั้น  แม้ในทางศาสนาและปรัชญากมีพูดถึงเรื่องความงามไม่น้อยเหมือนกัน และดูจะมีคนอยู่ ๒ พวกที่เอาจริงเอาจังกับเรื่องความงาม  นั่นคือพวกศิลปิน กับ พวกนักปรัชญา  แต่ศิลปิน กับ นักปรัชญาก็มีท่าทีต่อความงาไปคนละทาง  กล่าวคือ
ศิลปินนั้น  พยายามสร้างสิ่งที่มีความงาม  ที่เรียกกันว่า ศิลปะ   มากกว่าที่จะสนใจว่า  ความงามคืออะไร ? ทำไมมันจึงงาม ? ศิลปินมีท่าทีเหมือนกับว่าเขาเป็นผู้เห็นหรือสัมผัสความงาม  แล้วก็พยายามท่จะนำเอาความงามที่เขาเห็นหรือได้สัมผัสนั้นออกมาแสดงให้คนอื่นได้เห็น หรือได้สัมผัสบ้าง โดยอาศัยสีสันหรือวัสดุตามแต่ศิลปินแต่ละคนเห็นว่า  สิ่งใดจะช่วยสื่อความงามตามที่เขาได้เห็นหรือได้สัมผัสนั้นออกมาให้ปรากฏได้  โดยที่บางครั้งเขาก็อาจจะอธิบายไม่ได้ด้วยซ้ำไปว่าทำจึงต้องเป็นอย่างนั้น   หรือว่า  ทำไมจึงต้องเป็นสิ่งนั้น  หากจะกล่าวสั้นๆก็คือ  ศิลปินเป็นนักสร้างความงามโดยไม่สนใจที่จะอธิบายเรื่องความงาม


ส่วนนักปรัชญานั้น   เป็นนักอธิบายหรือพยายามหาความหมายเรื่องความงาม   ประเด็นที่นักปรัชญาสนใจก็คือ  ความงามคืออะไร ?  ความงามมีจริงหรือไม่ ?   ความงามมีอยู่ในลักษณะใด ?  ความงามมีอยู่อย่างวัตถุวิสัย    หรือ อย่างจิตวิสัย ?  และสุดท้ายนักปรัชญาก็สรุปว่า  ความงามเป็นคุณค่าอย่างหนึ่งของมนุษย์  นั้นก็หมายความว่าความงามเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง  และมีอยู่อย่างมีความสำคัญและมีคุณค่าสำหรับมนุษย์  
...
ความคิดเห็นที่ 3
ในส่วนของศาสนา (ซึ่งหมายถึงศาสนาโดยทั่วไป)  นั้น  ก็พูดถึงความงามเช่นกัน   แต่มีท่าทีแตกต่างไปจากศิลปิน และนักปรัชญา กล่าวคือ ศาสนาพูดถึงความงาม  เช่น  พูดถึงเทพเจ้าและความงามเทพธิดาแห่งความงาม  มนุษย์ผู้มีความงาม เป็นต้น โดยไม่บอกที่มาหรือเหตุผลของความเช่นกัน
...
ความคิดเห็นที่ 4
ในกรณีของพระพุทธศาสนา  นับว่าแปลกไปจากศิลปิน ปรัชญา และศาสนาดังกล่าวมาข้างต้น   เพราะในคำสอนของพระพุทธศาสนาได้กล่าวถึงความงามไว้อย่างวิจิตรพิสดารมาก   ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ซึ่งเป็นประเด็นที่จะได้ศึกษาวิเคราะห์ในที่นี้  
...
ความคิดเห็นที่ 5
จบหน้า 153



แก้ไขเมื่อ 25-01-2020 17:14:35
แสดงความคิดเห็น
หรือ