สร้างกลุ่มใหม่เพื่อแบ่งปันสิ่งที่ดีให้กับเพื่อนๆ สร้างกลุ่ม
ครั้นเมื่อ 2 บอร์ดเดิม http://group.wunjun.com/whatisnippana http://group.wunjun.com/meditation หน้าแรกเข้าไม่ได้แล้ว ก็เลยกดดูนั่นดูนี่ไป ก็พบตรงนี้เข้า ตั้งใจประชดบอร์ด วันจันเน่านานแล้ว ครั้งแรกใส่ abc no ok เปลี่ยนเป็น ake กดโพสต์วิบเดียวชื่อบอร์ดวันจันเน่ามาเลย เป็น Admin ในบัดดล จึงตั้งใจกดกลับไปที่ตรงเดิม จะตั้งชื่อบอร์ดให้เหมาะกับการใช้งาน ไปไม่ถูก เพราะฉะนั้น จึงจำยอมรับ ชื่อ วันจันเน่า + ake


ความงามของธรรม

...
| อ่าน 24 | ตอบ 9
ขนาดตัวอักษร


คำนำ 

พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบพระพุทธศาสนาเหมือนมหาสมุทร ซึ่งเต็มไปด้วยรัตนะ คือ ทรัพยากรอันมีค่ามากมาย   สุดแต่ใครจะมีสติปัญญานำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิต  
พระพุทธศาสนามีธรรม หรือ คำสอนหลากหลาย   ผู้ที่สนใจสามารถจะศึกษาได้ในหลายมิติ หรือหลายแง่มุม    สุดแต่จะสนใจ  หรือ  สุดแต่จะต้องการรู้อะไร  หรือ จะต้องการได้อะไร  เสมือนการค้นหาทรัพยากรในมหาสมุทร ฉะนั้น
 
การศึกษาพระพุทธศาสนาในมิติแห่งปรัชญาก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เราเขาใจ หรือมองเห็นลีลาของพุทธธรรมในแง่ของเหตุผล   หรือ  ในลีลาของปรัชญา ซึ่งอาจจะช่วยให้ได้รับรสของพุทธธรรมในอีกรูปแบบหนึ่ง   แต่เนื่องจากการศึกษาพุทธธรรมในเชิงปรัชญา  ก็คือ  กระบวนการการคิดการตีความตามเหตุผลเท่าที่สติปัญญาของผู้ศึกษาจะอำนวยให้ได้ 


ฉะนั้น    ผู้เรียบเรียงจึงถือว่า    เรื่องราว  และแง่มุมต่างๆ ที่ผู้เรียบเรียงนำเสนอในหนังสือนี้  เป็นเพียงทรรศนะของผู้เรียบเรียงที่นำเสนอใหอ่านได้พิจารณาเท่านั้น   ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องคิดหรือเข้าใจอย่างที่ผู้เรียบเรียงคิดและเข้าใจ

แก้ไขเมื่อ 25-01-2020 17:59:40

ความคิดเห็น

...
ความคิดเห็นที่ 1
@ความงามของธรรม


ในคำสอนของพระพุทธศาสนาเริ่มต้นด้วยสิ่งที่งาม คือ ธรรม  ดังพระพุทธพจน์ที่ว่า   "พระสุคตนั้น   ทรงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น  งามในท่ามกลาง  งามในที่สุด   ทรงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ  พร้อมทั้งพยัญชนะ  บริสุทธิ์  บริบูรณ์สิ้นเชิง"  (องฺ.จตุกฺก.21/160/197)
...
ความคิดเห็นที่ 2
พระพุทธพจน์เช่นนี้  ปรากฏให้เห็นอยู่เสมอในพระสูตรต่างๆ ในพระไตรปิฎก  ในคัมภีร์ปรมัตถโชติกา   อรรถกถาสุตตนิบาต  ขุททกนิกาย  ได้ขยายความของคำว่า  งามในเบื้องต้น  งามในท่ามกลาง  งามในที่สุดไว้อย่างพิสดารว่า
นัยที่ ๑  งามในเบื้องต้นด้วยบทที่ ๑  ของธรรม  งามในท่ามกลางด้วยบทที่ ๒ ของธรรม  งามในที่สุดด้วยบทสุดท้ายของธรรม
นัยที่ ๒  งามในเบื้องต้นด้วยนิทาน   งามในที่สุดด้วยบทสรุป  งามในท่ามกลางด้วยบทที่เหลือ
นัยที่ ๓  งามในเบื้องต้นด้วยศีลและสมาธิ  งามในท่ามกลางด้วยสมถ วิปัสสนา  มรรค  และผล  งามในที่สุดด้วยนิพพาน
นัยที่ ๔  งามในเบื้องต้นเพราะการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า  งามในท่ามกลางเพราะพระธรรมเป็นธรรมที่ดี   งามในที่สุดด้วยการปฏิบัติชอบของพระสงฆ์
นัยที่ ๕ งามในเบื้องต้นเพราะการตรัสรู้ยิ่ง  งามในท่ามกลาง เพราะการตรัสรู้ของพระปัจเจกพุทธเจ้า  งามในที่สุดด้วยการตรัสรู้ของพระสาวก
นัยที่  ๖  งามในเบื้องต้น เพราะการฟังธรรม  งามในท่ามกลาง เพราะการปฏิบัติธรรม  งามในที่สุดเพราะผลของการปฏิบัติธรรม
นัยที่ ๗ งามในเบื้องต้นเพราะเป็นแดนเกิดแห่งที่พึ่ง  งามในท่ามกลางเพราะบริสุทธิ์ด้วยประโยชน์  งามในที่สุดเพราะบริสุทธิ์ด้วยกิจ


พระพุทธองค์ ไม่ว่าจะทรงแสดงธรรมมากหรือน้อย  ย่อมแสดงธรรมที่มีลักษณะงามดังกล่าวแล้ว (ป.โช.2/270)  


คัมภีร์ปรมัตถโชติกาดังกล่าวข้างต้น  สรุปไว้ชัดเจนว่า  อรรถาธิบายทั้ง ๗ นัยดังกล่าวนี้  คือ  ความงามของธรรม  หรือ ความงามของความจริง  ในลักษณะต่างๆ
...
ความคิดเห็นที่ 3
ในสุคตสูตรได้กล่าวถึงความงามของธรรมซึ่งเรียกว่า  สุคตวินัยว่า  "เป็นไปเพื่อเกื้อกูลแก่คนมาก   เพื่อความสุขของคนมาก   เพื่ออนุเคราะห์โลก  เพื่อประโยชน์  เพื่อเกื้อกูล   เพื่อความสุข  แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย" (องฺ.จตุกฺก.21/160/197)  
คัมภีร์มโนรถปูรณี  อรรถกถาติกนิบาต  อังคุตรนิกาย ได้ขยายความของคำว่า งามในเบื้องตน  เป็นต้นว่า  "ทรงแสดงทำให้งามคือดี  ได้แก่  ไม่ให้มีโทษ  ทั้งในเบื้องต้น  ในท่ามกลาง ในที่สุด"  (มโน.ปู.2/187)  และในคัมภีร์เดียวกันนี้  ได้อธิบายว่า   ศีล  สมาธิ และวิปัสสนา  ชื่อว่าเป็นเบื้องต้น  เพราะศีลที่บริสุทธิ์ดี และทิฏฐิที่ตรง เป็นเบื้องต้นของกุศลธรรมทั้งหลาย     อริยมรรคหรือมัชฌิมาปฏิปทา  ชื่อว่าเป็นท่ามกลาง  ผลและนิพพาน ชื่อว่าเป็นที่สุด    กล่าวอย่างสั้นๆ ก็คือ  พระผู้มีพระภาคทรงแสดงศีลในเบื้องต้น ทรงแสดงมรรคในท่ามกลาง  ทรงแสดงนิพพานในที่สุด   (มโน.ปู.1/188)  
...
ความคิดเห็นที่ 4
พระพุทธพจน์และคำอธิบายในอรรถกถาทั้งหมดดังกล่าวมา  สรุปได้ว่า   พระพุทธศาสนาถือว่า  ธรรมหรือความจริงนั้น  มีลักษณะคืองาม และความงามของธรรมนั้น  มองหรือกล่าวได้ในหลายมิติ และหลายระดับ  กล่าวคือ


- ในมิติแห่งเนื้อหา   ก็งามด้วยหลักธรรมคำสอน  เช่น  เรื่องศีล สมาธิ ปัญญา  สมถะ  วิปัสสนา  มรรค ผล  นิพพานที่บริสุทธิ์ บริบูรณ์  คือ  ถูกต้องครบถ้วนทั้งอรรถ  (ความหมาย)  และพยัญชนะ (ข้อความ - ถ้อยคำ)
- ในมิติแห่งการปฏิบัติ  ก็งามด้วยลำดับหรือขั้นตอนของการปฏิบัติ  คือ เริ่มแต่ศีล   การพัฒนาพฤติกรรมทางกาย    สมาธิ  การพัฒนาพฤติกรรมทางจิต   และปัญญา   การพัฒนาศักยภาพทางปัญญา  ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนาจากง่ายไปหายาก  จากหยาบไปหาละเอียด  จากภายนอกไปสู่ภายในตามลำดับอย่างมีความสัมพันธ์กันทุกขั้นตอน
- ในมิติแห่งผลของการปฏิบัติ  ก็งามด้วยผลในทุกขั้นตอน คือ  ผลขั้นต้นทำให้ข่ม  หรือระงับกิเลสได้ชั่วคราว  ผลขั้นกลาง  ได้รับความสุขจากความสงบอันเกิดจากสมถะ และวิปัสสนา   ผลขั้นสูงสุด คือ ความเป็นผู้คงที่อันเป็นผลจากการบรรลุนิพพาน
- ในมิติแห่งคุณค่าต่อชีวิต  ก็งามในทีุ่กด้าน  คือ ด้านเป็นที่พึ่งของชีวิต  ด้านให้ประโยชน์ต่อชีวิต  ด้านชี้แนะหรือแสดงหน้าที่  วิธีการอันถูกต้องบริบูรณ์แก่ชีวิต  ซึ่งกล่าวโดยรวมก็คือ  ให้ความอนุเคราะห์ (อนุกัมปะ)  ให้ประโยชน์  (อัตถะ)  ให้ความเกื้อกูล (หิตะ) ให้ความสุข (สุขะ)  ทั้งแก่เทวดาและมนุษย์
- ในมิติแห่งระดับ   ธรรมก็มีความงามเป็น ๓  ระดับ  คือ งามระดับต้น   งามระดับกลาง  งามระดับสูงสุด  ซึ่งมีความหมายว่า  งามเหมือนกันแต่มากน้อยต่างกัน  หรือ ลดหลั่นกันไปตามลำดับ
...
ความคิดเห็นที่ 5
กล่าวโดยสรุปว่า  พระพุทธศาสนาถือว่าธรรม  เช่น  ศีล  สมาธิ  ปัญญา  เป็นต้น  เป็นสิ่งที่เป็นที่พึ่ง ให้ประโยชน์ และให้หน้าที่หรือให้วิธีการที่ถูกต้องบริบูรณ์แก่มนุษย์และเทวดา  และจากที่พึ่ง  ประโยชน์และหน้าที่นี้เองที่ก่อให้เกิดผลดีแก่ผู้ปฏิบัติ คือ ข่มกิเลสได้  ก่อให้เกิดสุข และทำให้พ้นทุกข์ (คือนิพพาน) ในที่สุด   และทุกลักษณะ หรือทุกขั้นตอนของธรรมดังกล่าวนี้เอง  ถือว่าเป็นความงามของธรรม     
...
ความคิดเห็นที่ 6
ความงามของธรรม  ตามนัยดังกล่าวมา  จึงมิใช่งามเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง   หรือ ตอนใดตอนหนึ่ง  แต่งามครบถ้วนทุกส่วนหรือทั้งกระบวนการ  ดังพระพุทธพจน์ที่ว่า  งามในเบื้องต้น  งามในท่ามกลาง  งามในที่สุด หรืออาจกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า   งามในทั้งในหลักการ วิธีการ  การปฏิบัติ   และผลที่ตามมา 
แก้ไขเมื่อ 20-01-2020 20:11:51
...
ความคิดเห็นที่ 7
แต่ในบางครั้ง  พระพุทธองค์ก็ตรัสถึงความงามของธรรมโดยไม่แยกประเด็น  คือ ตรัสในภาพรวม  ดังพระพุทธพจน์ในสุคตสูตรว่า  "เมื่อพระสุคตก็ดี  สุคตวินัย  (คือ คำสอนทั้งระบบของพระพุทธองค์)  ก็ดี  ยังประดิษฐานอยู่ในโลก  นั้นย่อมเป็นไปเพื่อเกื้อกูลแก่คนมาก  เพื่อความสุขแก่คนมาก  เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์  เพื่อเกื้อกุล  เพื่อความสุขของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย"    (อํ.จตุ.21/160/197)  ในพระพุทธพจน์ดังกล่าวนี้   ดูเหมือนจะทรงเน้นว่าคุณค่าของธรรมที่มีต่อชีวิตคือ  ความอนุเคราะห์  ความมีประโยชน์  ความเกื้อกูล และความสุขนั้นเอง คือ ความงามของธรรม
...
ความคิดเห็นที่ 8
ในบางพระสูตร  พระพุทธองค์ก็ทรงแสดงความงามของธรรมโดยทรงชี้ไปที่พฤติกรรมที่แสดงออกมาให้ปรากฏของคน  ดังพุทธพจน์ในนวสูตรที่ว่า  "ภิกษุนวกะ  ก็ดี  ภิกษุมัชฌิมก็ดี   ภิกษุเถระ ก็ดี  หากเป็นผู้ทุศีล มีธรรมอันเลว  เรากล่าวความทุศีลความมีธรรมอันเลวของภิกษุนี้ว่า   เป็นความมีสีไม่สวย  เหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีสีไม่สวย ฉันนั้นนั่นแหละ ภิกษุนวกะก็ดี ภิกษุมัชฌิมะก็ดี ภิกษุเถระก็ดี  ถ้าเป็นผู้มีศีลมีธรรมอันดี  เรากล่าวความมีศีล   มีศีลธรรมอันดีของภิกษุนี้ว่าเป็นความมีสีสวยของภิกษุเหมือนผ้ากาสีที่มีสีสย ฉะนั้น" (องฺ.ติก.20/539/318-9)



ตามนัยของพระพุทธพจน์ข้างต้นนี้  ดูเหมือนจะทรงแสดงความงามของธรรมโดยทรงชี้ไปที่คุณภาพของธรรมที่แสดงออกทางพฤติกรรมของคนคือภิกษุ โดยทรงเปรียบเทียบกับความงามหรือไม่งามของผ้าเปลือกไม้กับผ้ากาสี



  

แก้ไขเมื่อ 25-01-2020 17:33:05
...
ความคิดเห็นที่ 9
จบหน้า  158 


 

แสดงความคิดเห็น
หรือ