สร้างกลุ่มใหม่เพื่อแบ่งปันสิ่งที่ดีให้กับเพื่อนๆ สร้างกลุ่ม
ครั้นเมื่อ 2 บอร์ดเดิม http://group.wunjun.com/whatisnippana http://group.wunjun.com/meditation หน้าแรกเข้าไม่ได้แล้ว ก็เลยกดดูนั่นดูนี่ไป ก็พบตรงนี้เข้า ตั้งใจประชดบอร์ด วันจันเน่านานแล้ว ครั้งแรกใส่ abc no ok เปลี่ยนเป็น ake กดโพสต์วิบเดียวชื่อบอร์ดวันจันเน่ามาเลย เป็น Admin ในบัดดล จึงตั้งใจกดกลับไปที่ตรงเดิม จะตั้งชื่อบอร์ดให้เหมาะกับการใช้งาน ไปไม่ถูก เพราะฉะนั้น จึงจำยอมรับ ชื่อ วันจันเน่า + ake


ปกครองแบบสาธารณรัฐ กับ ราชาธิปไตย

...
| อ่าน 15 | ตอบ 3
ขนาดตัวอักษร
พุทธธรรมหน้า 753 





แก้ไขเมื่อ 03-02-2020 17:24:44

ความคิดเห็น

...
ความคิดเห็นที่ 1
ตัดเข้าประเด็นเลย

ชมพูทวีปครั้งพุทธกาล   มีการปกครองบ้านเมือง  ๒  แบบ  คือแบบสามัคคีธรรมหรือแบบสาธารณรัฐ กับ แบบราชาธิปไตย

รัฐที่ปกครองในระบอบสาธารณรัฐ  พระพุทธองค์ก็ทรงสอนหลักอปริหานิยธรรม

รัฐที่ปกครองในระบอบราชาธิปไตย  พระพุทธองค์ก็ทรงสอนหลักจักรวรรดิวัตร
แก้ไขเมื่อ 03-02-2020 15:56:41
...
ความคิดเห็นที่ 2
เรื่องนี้  แสดงลักษณะอย่างหนึ่งของพุทธธรรมด้วย   คือ พุทธธรรมมิใช่เป็นเพียงปรัชญา หรือ  เรื่องของนักคิด  แต่เป็นเรื่องของศาสดานักปฏิบัติ   ซึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องกับประชาชนผู้ดำรงชีวิตจริง   ท่ามกลางสภาพแวดล้อม และสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในเวลานั้นๆ   ต้องสอนสิ่งที่เขาใช้ได้  ปฏิบัติได้  ให้เกิดประโยชน์สุขแก่เขาตั้งแต่ปัจจุบัน  ดังที่เรียกว่า  ทรงสอนความจริงที่เป็นประโยชน์   หากจะต้องรอจนกว่าหลังจากสถาปนาระบบที่ว่าดีที่สุด   ซึ่งความจริงก็ยังเป็นเพียงระบบที่หวังว่าดีที่สุด  เสร็จแล้ว  จึงค่อยใช้ระบบนั้นทำให้ประชาชนประสบประโยชน์สุข  อย่างนี้   จะพ้นจากความเป็นการปฏิบัติที่เลื่อนลอย และพ้นจากความงมงายได้อย่างไร


ในเมื่อทั้งระบอบสามัคคีธรรมก็มีอยู่   ทั้งระบอบราชาธิปไตยก็มีอยู่ ในเวลานั้น  ก็เป็นอันว่า ประชาชนที่อยู่ภายใต้ระบอบราชาธิปไตย์  พระศาสดาก็ต้องช่วยให้เขาอยู่ดีมีสุข  ประชาชนที่อยู่ภายใต้ระบอบสามัคคีธรรม  พระองค์ก็ต้องช่วยให้เขาอยู่ดีมีสุข


@สำหรับระบอบแรก  ทรงเน้นให้ผู้ปกครองมองเห็นยศศักดิ์อำนาจ  เป็นเครื่องมือสร้างประโยชน์สุขแก่ราษฎร  มิใช่เป็นเครื่องมือแสวงหาสิ่งปรนเปรอบำเรอสุขส่วนตน
@สำหรับระบอบหลัง   ทรงแนะนำหลัก และวิธีการที่จะดำเนินกิจการให้เข้มแข็งมั่นคงได้ผลดี
ในระยะที่ระบอบราชาธิปไตยเจริญเจริญในทางดีงามอย่างสูงสุด   คติธรรมแนวพุทธนี้  ก็ได้เป็นหลักการปกครองของพระเจ้าอโศกมหาราช   ดังดำรัสของพระองค์ในศิลาจารึกว่า


"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปริยทรรศี  ผู้เป็นที่รักแห่งทวยเทพ   ไม่ทรงถือว่า  ยศหรือเกียรติ  จะเป็นสิ่งมีประโยชน์มาก  เว้นแต่จะทรงปรารถนายศหรือเกียรติ  เพื่อความมุ่งหมายนี้ว่า   ทั้งในบัดนี้  และในเบื้องหน้า  ของประชาชนทั้งหลาย   จึงตั้งใจสดับฟังคำสอนธรรของข้า ฯ  และจงปฏิบัติตามหลักความประพฤติในทางธรรม" *


*ดูธรรมโองการ จารึกศิลา ฉบับที่ ๑๐  ในจารึกอโศก (หนังสือ Asokan  Edicts  หรือ Asodan  Inscriptions ฉบับใดก็ได้)





...
ความคิดเห็นที่ 3
ในแง่ของรัฐ   พระพุทธศาสนามองเห็นความสำคัญของทรัพย์ในสังคมของชาวโลกว่า  ความจนเป็นทุกข์ในโลก (องฺ.ฉกฺก.22/316/393)  ความยากไร้ขาดแคลน เป็นสาเหตุสำคัญของอาชญากรรมและความชั่วร้ายต่างๆ ในสังคม  (ที.ปา.11/39/70; 45/77)  (เช่นเดียวกับความโลภ และสัมพันธ์กันกับความโลภด้วย)    และถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ หรือ ผู้ปกครองบ้านเมืองที่จะต้องคอยเอาใจใส่ดูแลจัดสรรปันทรัยพ์ให้แก่เหล่าชนผู้ไร้ทรัพย์ ไม่ให้มีคนจนยากขัดสนในแผ่นดิน (เช่น ที.ปา.11/35/65 ที.สี.9/206/172 มุ่งช่วย พร้อมกับส่งเสริมความขยัน  ไม่ให้จนเพราะเกียจคร้าน)  ซึ่งทั้งนี้   ย่อมต้องอาศัยวิธีการต่างๆ ประกอบกัน  และตามที่เหมาะกับสถานการณ์


เฉพาะอย่างยิ่ง  การเปิดช่องทางสร้างโอกาสให้ทวยราษฎรทำมากินเลี้ยงชีพเจริญก้าวหน้าโดยสุจริต การส่งเสริมอาชีพ การจัดสรรเกี่ยวกับทุนและอุปกรณ์  ตามหลักราชสังคหวัตถุ (เช่น องฺ.อฏฺฐก.23/91152 ขุ.อิติ.25/205/246) และการควบคุมป้องกันไม่ให้มีอธรรมการ  คือ  การทำการและวิธีการทั้งหลาย  ที่ไม่ชอบธรรม  ไม่เป็นธรรม  มีการเอารัดเอาเปรียบกัน เป็นต้น  โดยที่รัฐควรถือเป็นหลักการว่า การลดหมดไปของคนยากไร้  เป็นเครื่องวัดความสำเร็จได้ดีกว่าการเพิ่มขึ้นของคนร่ำรวย  และการลดหมดไปของความขัดสนนั้น  เป็นผลของการจัดการทางสังคม   ที่ไม่ละเลยการพัฒนาคน
แก้ไขเมื่อ 03-02-2020 17:34:36
แสดงความคิดเห็น
หรือ