รูปประจำกลุ่ม

รับปรึกษาปัญหาชีวิต

อยากทราบว่าเพื่อนๆคิดว่าผมควรทำยังไงครับรู้สึก ผิดมากๆ T_T

400 ผู้เข้าชม 2 ความคิดเห็น

สวัสดีครับเพื้อนๆ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะครับ

ขอใช้ตัวย่อละกันนะครับ
ผมชื่อ S อายุ 23 ปี
แฟนผม N อายุ 21 ปี

ก่อนจะเล่าส่วนที่เป็นปัญหาผมขอเล่าถึงส่วนที่มันเป็นต้นเหตุก่อนนะครับ ก่อนอื่นเลยผมกับแฟนคบกันมา เกือบๆ จะ 2 ปีแล้วครับ (1 ปี 9 เดือน) โดยผมเป็นฝ่ายไปจีบก่อนคบกันได้ประมาณร 10 วันก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน (ย้ายมาอยู่ที่บ้านผม) ทุกอย่างกำลังไปได้สวยไม่มีปัญหาอะไร ทางแม่กับพี่ชายผมก็โอเคด้วย(แบบว่าไม่มีปัญหา แต่ก็ไม่ถึงกับรัก) หลังจากแฟนผมมาอยู่บ้าน แฟนผมก็ต้องคอยโกหก คุณพ่อกับคุณแม่ ของเขาเพื่อที่จะได้มาอยู่กับผม (ผมอึดอัดแทนเขามากๆ ครับ) แต่ผมก็ไม่อยากให้เขาโกหกแต่ผมก็อยากอยู่กับเขาเหมือนกันครับ (ประมาณรเป็นคนติดแฟนกันทั่งคู่) พวกเราคบกันช่วงแรกๆ ทุกอย่างดูเพอเฟ็คครับ รับกันได้ทุกอย่างเหมือนที่ทุกคนเข้าใจกันดีคือช่วง (โปรโมชั่นนั่นหละครับ) แต่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนตั่งแต่ที่คุณพ่อของผมเริ่มรับกับพฤติกรรมของแฟนผมไม่ค่อยได้ครับ "เพราะพ่อผมเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมีนิสัยค่อนข้างเจ้าระเบียบ และเนียบมากๆครับ คือในบ้านไม่มีใครกล้าเถียงพ่อเลย" แฟนผมนั่นค่อนข้างจะขี้เกียจครับงานบ้านนี้ทำบ้างไม่ทำบ้างครับ (ถ้าไม่บอกก็ไม่ทำอะครับ - -") แต่ผมก็รับได้คงเพราะช่วงที่คบกันอายุยังน้อยอยู่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันหลังจากนั่น พ่อผมก็คอยพูดเกี่ยวกับแฟนผมทุกวันที่มีโอกาศเลยครับ "ประมาณรว่าคนนี้ไม่เหมาะคนนี้ไม่ถูกใจ แต่แค่ไม่พูดออกมาตรงๆ เชยๆ" ต่อมาพอเข้าช่วงกลางปี ที่ 1 แฟนผมก็เริ่มทำนิสัยแบบที่เราไม่ค่อยชอบให้เห็น

แบบว่าโดยปกติแล้วแฟนผมเป็นคนเอาแต่ใจครับเมื่อก่อนแค่นิดหน่อย พักหลังนี้หนักมากๆ อยากได้ไรต้องได้ อยากไปไหนก็ต้องไป อะไรทำนองนั่นโอเคผมทำให้ทุกอย่างเพราะผมรักแฟนมากๆครับ ถึงแม้เป็นที่ที่ผมไม่อยากไปผมก็ต้องไป สิ่งที่ผมไม่อยากทำผมก็ยอมทำให้ ทำให้ทุกอย่างแต่พอผมประสบปัญหาหรือมีสิ่งที่เขาเท่านั่นที่ช่วยผมได้เขากลับทำให้ผมได้ไม่ดีอย่างที่ควรครับ "ขอยกแค่เรื่องสำคัญเรื่องเดียวนะครับกลัวเพื่อนๆจะขี้เกียจอ่าน"
มีครั่งนึงผมป่วยเป็นไข้เลือดออก พึ่งตรวจเจอวันนั่นครับ ระหว่างที่ผมรอผลตรวจเลือด ด้วยอาการที่ยังไม่ทรุดมากนัก ผมก็โทรไปหาแฟนผมว่า

S : ฮโหล 
N : ฮโหล ค่ะ
S : อยู่ที่ไหนอะ มี๊
N : อยู่โรงหนังกำลังจะเข้าไปดูกับเพื่อน
S : มาอยู่เป็นเพื่อนที่โรงพยาบาลหน่อย เค้าไม่สบาย
N : ตัวเองเป็นอะไร
S : รอฟังผลตรวจเลือดอยู่ ว่าจะเป็นไข้เลือดออกไหม
N : แต่เค้าซื้อตั๋วแล้วอะ ไว้ดูเสร็จเค้าจะรีบไปนะ
N : แค่นี้นะ ......

โอเคยอมรับว่าอารมณ์ตอนนั่นผิดหวังมากๆครับ ช่วงนั่นเป็นช่วงบ่ายๆ กำลังจะบ่าย สองหลังจากได้รับผลตรวจยืนยันว่าเป็นจริงผมก็ต้องนอนที่โรงพยาบาลโทรหาพ่อกับแม่เสร็จ ได้ความว่าพรุ่งนี้พ่อกับแม่ถึงจะกลับมาถึงบ้าน "สรุปคืนนี้ผมต้องอยู่คนเดียว" โอเคหลังจากเข้าห้องพักเจาะเลือดอะไรเสร็จผมก็ตั่งหน้าตั่งตารอให้แฟนผมมาเฝ้าด้วยความนอย นิดๆ ประมาณรว่าจะลองใจดูว่าถ้าไม่โทรตามเขาจะนึกถึงผมไหมว่าผมนอนที่โรงบาลอยู่ปรากฏว่าผมรอยัน 5 ทุ่ม ไม่มีแม้เหงา ครับ ผมเลยโทรหาเขาถามว่าเมื่อไหร่จะมา สิ่งที่ได้ยินกลับมาเสียความรู้สึกมากครับ "เค้ากลับถึงบ้านแล้วไม่ออกไปแล้วเค้ากลัว" โอเคประจวบเหมาะหมอเอายามาให้กินพอดีผมก็กินยาแล้วนอนพักผ่อน ตื่นมาก็คิดว่าคงต้องเลิกแล้วหละแต่พอเห็นหน้าเขาตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นผมก็ลืมไปสนิทครับว่าเขาทำอะไรไว้ นี้เป็นแค่ 1 ใน เรื่องที่ผมยกมาให้เพื่อนๆลองช่วยผมคิด

โอเคหลังจากเหตุการวันนั่นผ่านไปไม่นานที่มหาลัยก็เริ่มเข้าสู่ช่วงกิจกรรม แฟนผมเป็นหลีดของคณะแน่หละต้องทำกิจกรรมยันดึกดื่นผมก็ต้องคอยดูแลเขาไปรับไปส่งตามแต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงที่เราสองคนสิครับเพราะปัญหาที่แท้จริงของเรื่องส่วนนี้คือ พ่อผมนั่นไม่ชอบผู้หญิงกลับบ้านดึก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ชั่ง พอถึงเวลาที่ผมต้องไปรับแฟนผมซึ่งก็ดึกมากๆ "ประมาณร 0.00 - 2.00 am' ซึ่งดึกมากๆ แล้วก็เป็นช่วงเวลาที่พ่อ ผมกลับมาบ้านด้วยมันเลยทำให้เรามีปัญหากับเรื่องพวกนี้บ่อย เพราะผมไม่อยากให้พ่อผมดูไม่ดี อยากให้ พ่อยอมรับในตัวเขา แต่ก็ทะเลาะกันกับเรื่องเดิมๆคือกลับบ้านดึกนี้หละครับ แต่บอกตรงๆ ถึงจะทะเลาะกันแค่ไหน ผมก็ไม่เคยด่าว่า หรือขึ้นกูขึ้นมึงกับเขาเลย แม้แต่เรื่องที่ผมไม่ผิดผมก็พยายามง้อเขาเสมอแล้วก็ทะเลาะกันทุกครั่งเขาจะขอเลิกกับผมตลอด ประมาณรว่า "รับได้ไหมหละรับไม่ได้ก็เลิกกันไปเลย" โอเคผมบอกเลยว่าผมเลิกกับเขาไม่ได้ หลังจากนั่นก็ประคับประคองกันมาได้จน ครบปี

โอเคสำหรับแฟนผมก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสีย ข้อดีแฟนผมก็มีคือ เขาเป็นคนที่รู้มารยาทเวลาอยู่ที่บ้านหรือเวลาเจอญาติผู้ใหญ่นี้แฟนผมทำตัวดีมากๆครับ

คราวนี้มาถึงเรื่องที่มันทำให้เรื่องทั่งหมดมาถึงจุดเปลี่ยนสำหรับชีวิตผมเรื่องดำเนินมาถึงตอนที่ผมกำลังจะไปฝึกงาน (ปี 4 เทอมสอง ผมต้องไปฝึกงาน)ฝึกก็ฝึกในตัวจังหวัดนี้หละครับแต่ปัญหาก็คือว่า พ่อผมเรียกผมไปคุยเกี่ยวกับอนาคต ว่าผมจะเอายังไงกับชีวิต ก็คุยกันภาษาพ่อลูกสองต่อสองพ่ออยากให้ผมไปเรียนต่างประเทศหลังจากที่ผมจบ "ผมค่อนข้างหัวดีเรื่องภาษากับวิชาที่เกี่ยวกับประวิตศาสตร์ครับ" โอเคฟังแล้วเป็นความคิดที่ดีผมก็เลยบอกพ่อว่าโอเคถ้าจะไปลูกขอพาแฟนไปด้วยได้ไหม "เท่านั่นหละครับปัญหาเกิด" พ่อผมพูดมาเลยประมาณรว่ายืนกรานบอกคนนี้พ่อไม่เอาผมก็พยายามพูดให้พ่อฟังเกี่ยวกับข้อดีของแฟนผมแก้ตัวให้ต่างๆนาๆ แต่ก็พูดมากไม่ได้เพราะรู้ว่าถ้าต่อปากต่อคำไปงานเข้าหนักกว่าเดิม "พ่อผมเป็นคนอารมร้อนมากครับ อย่าได้เถียงเชียว" โอเคในเมื่อเปลี่ยนที่พ่อไม่ได้ลองไปคุยกับแฟนเราดีกว่า หลังจากนั่นผมก็ไปจับเค่าคุยกับแฟนเรื่องอนาคต ทุกๆเรื่อง เริ่มจากเรื่องไปต่างประเทศ แฟนผมยืนกรานว่าเขาคงไปด้วยกันกับผมไม่ได้ เพราะบอกว่าถ้าไปด้วยกันแล้วใครจะดูแลพ่อกับแม่เขา โอเคผมรับเหตุผลข้อนี้ได้ ต่อมาผมก็พูดถึงเรื่อง พฤติกรรม ที่พ่อผมรับไม่ได้ในตัวเขาให้เขาฟัง จะได้ปรับปรุงตัว โอเคผมยอมรับว่าผมพูดโน้มน้าวใจไม่เก่งเท่าไหร่เขาก็บอกจะพยายาม ผ่านมา อีก 3 เกือบ ๆ 4 เดือน เขาก็ยังเหมือนเดิม ขี้เกียจงานบ้านไม่ทำ ตื่น สาย วันๆเอาแต่เล่นโทรสัพท์กับดู Social Cam
ผมก็คิดไม่ตกว่าจะทำยังไงให้แฟนผมเปลี่ยน กลุ้มเรื่องนี้มากๆ ทั่งอาทิต เล่นเอา กินไม่หลับนอนไมไ่ด้ "คงเข้าใจนะครับ 555" ผมก็ไม่รู้จะทำไง ปวดหัวมากครับ เพราะถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงต้องเลิกกันแหงมๆ จนกระทั่ง......

ดำเนินมาถึงต้นเหตุของปัญหาแล้วครับหลังจากร่ายยาว
มีอยู่ว่าหลังจากที่ผมปวดหัวกับเรื่องที่ว่าจะทำยังไงให้ครอบครัวยอมรับแฟนผม ทันใดนั่นก็มีแฟนเก่าผม เป็นคนที่คุยกันมาตั่งแต่ยัง เรียน มัธยมทักมาผมก็คุยกับเขาปรึกษาเขาทุกๆเรื่อง พูดคุยเกี่ยวกับความหลังบ้างปรากฏว่าเขายังเป็นคนเดิมยังน่ารักอย่างเคยเป็นคนที่เข้าใจความรู้สึกผมเสมอและเป็นคนที่มีความอดทนสูงมากครับ พูดจาสุภาพ เกลียดอะไรเหมือนๆ ผมหลังจากที่ผมได้คุยกับเขามาสักระยะ "ยอมรับว่าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคุยกับเขาเลยครับ" จนวันนึงแฟนผมจับได้ว่าผมคุยกับเขา โอเคผมยอมรับผิด แต่ผมก็ต้องอธิบายให้เขาฟังว่าที่ผมต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าผมไม่รู้จะปรึกษาใครในเมื่อคุณไม่ยอมเปลี่ยนผมก็คงต้องไป.....หลังจากทะเลาะกันเรื่องนี้เคลียกันจบ เขายืนยันเป็นหมั้นเป็นเหมาะว่าโอเคในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้เขาจะยอมเปลี่ยนเพื่อผมทำทุกอย่างให้ครอบครัวผมยอมรับตอนแรกๆก็ดีครับ (วันที่โพสเพิ่งผ่านมา 5 วัน) แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ความรู้สึกที่ผมมีกับแฟนผมที่อยู่กันมาตลอด เกือบ 2 ปีนี้ เหมือนจะลดน้อยลงครับ ในใจผมกลับคิดถึงแต่แฟนเก่าผมคนนั่นอยู่ตลอดเวลา แต่ผมสัญญาไว้ว่าจะไม่โทรหาเขาอีก

ปรากฏว่าตอนนี้ผมอยู่กับเขาแบบไม่เหมือนเดิมเลยครับความรู้สึกที่ไม่เคยคิดมาก่อนก็คิดขึ้นมาแบบ "เมื่อไหร่จะกลับบ้านหนอ (แฟนผมกลับไปหาพ่อแม่เขา)" แบบเมื่อไหร่จะได้คุยกับเขาคนนั่นอีก หนอ แบบอยู่กับแฟนก็เหมือนไม่อยู่อะครับ ในใจเอาแต่คิดถึงแต่เขา อารมณ์แบบว่า "นึกภาพเขาแล้วเห็นอนาคตที่ดีอะครับ" แต่ติดที่ว่าตอนนี้ผมก็มีแฟนอยู่ เขาก็มีแฟนอยู่แต่ตอนคุยกับเขาคนนั่นผมก็เล่าถึงเรื่องที่พ่อผมพูดเกี่ยวกับอนาคตแล้วเรื่องที่ผมจะทำในอนาคตเขาก็บอกว่าอยากให้แฟนเขาคิดแบบนี้ได้บ้าง แล้วเขาก็พูดถึงเรื่องแฟนเขาว่าไม่ดีอย่างโง้นไม่ดีอย่างงี้แล้วก็บอกว่าคุยกับผมแล้วเขารู้สึกดีมากๆ แต่รู้สึกผิดที่ทำแบบนี้ "แอบคุยกันอะไรแบบนี้ ซึ่งผมก็เข้าใจเพราะผมก็กำลังเป็นอยู่" ผมไม่รู้คิดอะไรเอาดวงผมไปให้หมอดูดู เขาก็บอกว่าดวงผมกับคนเก่านี้เหมาะกันมาก "เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งครับ แต่ก็แอบดีใจ " ผมก้ไปเล่าให้เขาฟังเขาก็บอกว่าเขาก็ทำเหมือนกัน ผมก้แอบดีใจอีกเหมือนกัน ประมาณรว่าคิดอะไรคล้ายๆกันอะครับ แต่ผมไม่รุ้จะทำยังไงตอนนี้ผมก็ยังมีแฟนอยู่ แล้วก็ถูกห้ามคุยกับเขา ผมก็รับปากแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าทรมารมากคิดถึงแต่เขาตลอดเวลา ถึงขั้นเหม่อลอยก็มี อึดอัดมากๆ ไม่รุ้จะทำไง เลยอยากให้เพื่อนๆ ช่วยแสดงความคิดเห็นทีครับ

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ ผมเล่าเรื่องไม่เก่ง ขอโทษด้วยครับ

"สำหรับท่านผู้หญิงที่คิดว่าผมเลว ขอความกรุณา อย่าด่านะครับผมก็รุ้สึกแบบนั่นเหมือนกัน T_T"
ความคิดเห็นที่ 1
ขออนุญาตนะคะ
ขออกออกตัวก่อนว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาในบอร์ดนี้เน้อ

อยากตอบสักนิด อย่างน้อยถ้าเจ้าของกระทู้กลับมาอ่านก็ยังชื้นใจว่า "เอ๊ะ.. มีคนอ่านนะ"

เข้ามาให้กำลังใจจ้ะ ใจคุณคิดอย่างไร ชั่งน้ำหนักความถูก-ผิด, สมควร-ไม่สมควร ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไปนะ
ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา คนที่ใช่ยังไงมันก็ใช่ คนที่ไม่ใช่ยังไงมันก็ไม่ใช่
ปัญหาถ้าแก้ที่ปลายเหตุไม่ได้ก็ให้แก้ที่ต้นเหตุ
อย่าลืมว่าคำว่า "เนื้อคู่" เป็นคำที่เราสร้างกันขึ้นมาเอง
การเปิดใจ และเข้าใจจริงๆ คือสิ่งที่จะทำให้อยู่ด้วยกันตลอดไป
การจะคบใครหรือเลิกกับใคร คุณเป็นคนตัดสินเองเสมอ ต่อให้มีคนพูดโน้มน้าวอย่างไรก็ตาม
ความคิดเห็นที่ 2
ขออนุญาติแสดงความคิดเห็นนะค่ะ

เท่าที่อ่านมาจนจบ เห็นใจคุณค่ะ แต่ก็เห็นใจแฟนคุณเช่นกัน บางครั้งคนเราถึงจะเป็นแฟนเก่า หรือไม่ใช่แฟนเก่า เป็นคนอื่น ถ้าคุยกัน ไม่ผิดค่ะ แต่มันก็ไม่ได้ถูกซะทีเดียว เพราะคุณทั้งคู่ต่างก็มีแฟนกันอยู่

ต้นเหตุคือ 1. คุณตัดสินใจอยู่กับแฟนปัจจุบันคุณเร็วเกินไป ยังไม่ทันได้ศึกษากัน
2.ถึงแฟนเก่าของคุณกลับมาคุยกับคุณ และคุณคิดว่าเค้าใช่ แต่เคยได้ยินไหมค่ะ "ถ้าพบคนที่ใช่ในเวลาที่ใช่ มันก็ใช่ ถ้าพบคนที่ใช่ในเวลาที่ไม่ใช่ ยังไงมันก็ไม่ใช่" ต่อให้คุณคิดถึงเค้ามากแค่ไหน คุณก็ทำได้แค่นี้ นอกซะจาก คุณจะเลิกกับแฟนคุณแล้ว คุณถึงจะมีสิทธิ์คิดจะกลับไปหาแฟนเก่าคุณ
3.แฟนปัจจุบันคุณ นิสัย หรือพฤติกรรมคนเรา มันมีมาตั้งแต่เกิด หากให้เค้าเปลี่ยน คงเปลียนไม่ได้ แต่ถ้าคุณยังรักเค้า คุณต้องรักในความเป็นเค้า เพราะที่อ่านมา เค้าก็ไม่ได้มีเรื่องนอกใจคุณเลย แสดงว่าเค้ายังมีข้อดีอยู่บ้าง คุณควรอธิบาย เปิดใจกับคุณพ่อคุณแม่ หรือไม่คุณก็เปิดใจกับแฟนคุณ อาจจะขอเวลาเพื่อเรียนให้จบ พอคุณจบ คุณก็มาสร้างครอบครัวต่างหาก เพื่อลดแรกปะทะระหว่างแฟนกับครอบครัว

เราเคยเป็นค่ะ เมื่อก่อนตอนเราไปบ้านแฟน พ่อแม่แฟนชอบเราดีนะ แต่พอเค้าเห็นน่าหลานเรา เค้าคิดว่าเรามีลูกแล้วๆมาหลอกลูกเค้า ๆเลยไม่ชอบเรา และไม่ให้เรากลับไปเหยียบบ้านเค้า ถามว่า 
1.เราผิดอะไร  
2.แล้วเราไปแก้ไขให้หน้าหลานเรา ไม่เหมือนเราได้ไหม

คำตอบว่า ไม่ได้

ก็เหมือนกับคุณ คุณให้แฟนคุณเปลี่ยนได้ไหม ให้ตามใจพ่อแม่คุณ มันก็ไม่ได้ ถ้าจะให้แนะนำ คุณอาจไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย แค่แก้ไขที่ตัวคุณ ว่าคุณยังรักเธออยู่หรือเปล่า แล้วคุณเดินไปข้างหน้ากับเธอได้หรือป่าว แล้วถ้าได้ คุณควรหาทางออก แต่ถ้าไม่ได้ คุณก็ควรจบ แล้วคุณจะไปเริ่มต้นใหม่กับใคร อันนี้เป็นสิทธิ์กับคุณ แต่ขออย่างเดียว ขอให้คุณมีสติ ไม่ใช่ว่า คุณเลิกกับแฟนไปแล้ว แต่แฟนเก่าคุณไม่ได้เลิกกับแฟนเค้า นั้นก็หมายความว่า "คุณก็ยังผิดอยู่" ถ้าจะมีคนเสียใจสักคน คุณคิดว่าจะให้ 2 คนเสียใจ หรือ 4 คนเสียใจ คุณต้องเลือกนะค่ะ

แต่ยังไง เราเป็นกำลังใจให้คุณนะ และเราเข้าใจคุณค่ะ "โลกนี้ไม่ได้เกิดมาสวยงามซะทุกอย่าง อยู่ที่เราเลือกทำและเลือกเป็น ขอแค่คุณเข้มแข็ง คุณจะก้าวผ่านมันไปได้"

สู้ๆ ^^
...
แสดงความคิดเห็น
หรือ