สร้างกลุ่มใหม่เพื่อแบ่งปันสิ่งที่ดีให้กับเพื่อนๆ สร้างกลุ่ม
http://group.wunjun.com/whatisnippana
เมื่อเข้าใจหลักธรรมถูกถ้วนแล้ว นำไปใช้ก็เป็นมัชฌิมาปฏิปทา ลิงค์ข้างบนนำไปสู่บอร์ด์วิชาซึ่งแสดงพุทธธรรมล้วนๆ (มีคัมภีร์อ้างอิง) ต่างจากที่พูดสืบๆกันมา
ส่วนบอร์ดนี้ ปฏิบัติจริง กับ ตย. สภาวธรรมที่เผยตัวมันจนกระทบทางจิตใจ กับ วิธีแก้อารมณ์ ว่าทำยังไงจึงจะก้าวพ้น ไม่ติดตัน เพราะถ้าแก้อารมณ์ไม่สอดคล้องสภาวะ คือไม่เป็นมัชฌิมาปฏิปทา ถึงเพี้ยนหรือวิปลาสได้
ตอนนี้บอร์ด ไม่เป็นที่นิยม หวังว่าสักวันเมื่อผู้ปฏิบัติกัมมัฏฐาน (เรียกชื่ออื่นๆจากนี้ก็ได้) เกิดปัญหาแก้ไม่ตก จะเป็นที่พึ่งสุดท้าย
ด้วยความปราถนาดี อย่างจริงใจ




ศัตรูของสมาธิ

...
| อ่าน 12 | ตอบ 7
ขนาดตัวอักษร

ความคิดเห็น

...
ความคิดเห็นที่ 1
 
ศัตรูของสมาธิ
 
สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้  ไม่ใช่สมาธิ  แต่เป็นปฏิปักษ์  เป็นศัตรูของสมาธิ    เป็นสิ่งที่ต้องกำจัดเสีย    จึงจะเกิดสมาธิได้   หรือจะพูดว่า  เป็นสิ่งที่ต้องกำจัดเสียด้วยสมาธิก็ได้   สิ่งเหล่านี้   มีชื่อเฉพาะเรียกว่า  นิวรณ์
 
นิวรณ์    แปลว่า  เครื่องกีดกั้น    เครื่องขัดขวาง   แปลเอาความตามหลักวิขาว่า   สิ่งที่กีดกั้นการทำงานของจิตไม่ให้ก้าวหน้าในกุศลธรรม   ธรรมฝ่ายชั่วที่กั้นจิตไม่ให้บรรลุคุณความดี   หรืออกุศลธรรมที่ทำจิตให้เศร้าหมองและทำปัญญาให้อ่อนกำลัง
...
ความคิดเห็นที่ 2
คำอธิบายลักษณะของนิวรณ์  ที่เป็นพุทธพจน์มีว่า
 
"ภิกษุทั้งหลาย   ธรรม    ประการเหล่านี้   เป็นเครื่องปิดกั้น   (กุศลธรรม)   เป็นเครื่องห้าม (ความเจริญงอกงาม)    ขึ้นกดทับจิตไว้   ทำปัญญาให้อ่อนกำลัง"
 
"...เป็นอุปกิเลสแห่งจิต    (สนิมใจ   หรือสิ่งที่ทำให้ใจเศร้าหมอง)  ทำปัญญาให้อ่อนกำลัง"
 
"ธรรม  ๕ ประการเหล่านี้    เป็นนิวรณ์  ทำให้มืดบอด    ทำให้ไร้จักษุ  ทำให้ไม่มีญาณ   (สร้างความไม่รู้)    ทำให้ปัญญาดับ   ส่งเสริมความคับแค้น   ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน"  (สํ.ม.19/501/136)
 
...
ความคิดเห็นที่ 3 [ ถูกอ้างถึง 1 ความคิดเห็น]
นิวรณ์   อย่างนั้น  คือ *
 
๑.  กามฉันท์       ความอยากได้  อยากเอา (แปลตามศัพท์ว่า  ความพอใจในกาม)   หรืออภิชฌา   ความเพ่งเล็งอยากได้     หรือจ้องจะเอา    หมายถึง   ความอยากได้กามคุณทั้ง     คือ  รูป  เสียง  กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะ   ที่น่าปรารถนา  น่าใคร่    น่าพอใจ   เป็นกิเลสพวกโลภะ  จิตที่ถูกล่อด้วยอารมณ์ต่างๆ   คิดอยากได้โน่นอยากได้นี่   ติดใจโน่นติดใจนี่    คอยเขวออกไปหาอารมณ์อื่น   ครุ่นข้องอยู่  ย่อมไม่ตั้งมั่น   ไม่เดินเรียบไป  ไม่อาจเป็นสมาธิได้
 
๒.  พยาบาท      ความ ขัดเคืองแค้นใจ   ได้แก่   ความขัดใจ  แค้นเคือง    เกลียดชัง  ความผูกใจเจ็บ   การมองในแง่ร้าย    การคิดร้าย  มองเห็นคนอื่นเป็นศัตรู   ตลอดจนความโกรธ   ความหงุดหงิด   ฉุนเฉียว   ความรู้สึกขัดใจ   ไม่พอใจต่างๆ   จิตที่มัวกระทบนั่นกระทบนี่    สะดุดนั่นสะดุดนี่    เดินไม่เรียบ   ไม่ไหลเนื่อง   ย่อมไม่อาจเป็นสมาธิ
 
๓.   ถีนมิทธะ     ความหดหู่และเซื่องซึม    หรือเซ็งและซึม     แยกเป็นถีนะ  ความหดหู่   ห่อเหี่ยว   ถอดถอย ระย่อ  ท้อแท้   ความซบเซา  เหงาหงอย  ละเหี่ย  ที่เป็นอาการของจิตใจ   กับ   มิทธะ  ความเซื่องซึม  เฉื่อยเฉา   ง่วงเหงา   อืดอาด   มึนมัว  ตื้อตัน   อาการซึมๆ   เฉาๆ  ที่เป็นไปทางกาย    (ท่านหมายถึงนามกาย   คือกองเจตสิก)   จิตที่ถูกอาการอย่างนี้ครอบงำ  ย่อมไม่เข็มแข็ง      ไม่คล่องตัว  ไม่เหมาะแก่การใช้งาน    จึงไม่อาจเป็นสมาธิได้
 
๔.  อุทธัจจกุกกุจจะ        ความฟุ้งซ่านและเดือดร้อนใจ  แยกเป็นอุทธัจจะ    ความที่จิตฟุ้งซ่าน  ไม่สงบ   ส่ายพร่า   พล่านไป   กับ  กุกกุจจะ   ความวุ่นวายใจ  รำคาญใจ   ระแวง  เดือดร้อนใจ   ยุ่งใจ   กลุ้มใจ   กังวลใจ   จิตที่ถูกอุทธัจจกุกกุจจะครอบงำ  ย่อมพล่าน  งุ่นง่าน  ย่อมคว้างไป  ไม่อาจสงบได้   จึงไม่เป็นสมาธิ
 
๕.  วิจิกิจฉา   ความลังเลสงสัย    ได้แก่    ความเคลือบแคลง   ไม่แน่ใจ   เกี่ยวกับพระศาสดา   พระธรรม  พระสงฆ์   เกี่ยวกับสิกขา  เป็นต้น   พูดสั้นๆว่า    คลางแคลงในกุศลธรรมทั้งหลาย   ตกลงใจไม่ได้   เช่นว่า    ธรรมนี้   สมาธิภาวนานี้  ฯลฯ     มีคุณค่า  มีประโยชน์ควรแก่การปฏิบัติหรือไม่   จะได้ผลจริงไหม    คิดแยกไปสองทาง   วางใจไม่ลง   จิตที่ถูกวิจิกิจฉาขัดไว้   กวนไว้   ให้ค้าง   ให้พร่า   ให้ว้าวุ่น    ลังเลอยู่    มีแต่จะเครียด  ไม่อาจแน่วแน่เป็นสมาธิ
แก้ไขเมื่อ 18-05-2020 09:32:36
...
ความคิดเห็นที่ 4 อ้างอิงความคิดเห็นที่ 3
อ้างอิงที่ *
 
*นิวรณ์    ที่มีอภิชฌา  เป็นข้อแรก   มักบรรยายไว้ก่อนหน้าจะได้ฌาน ....ส่วนนิวรณ์    ที่มีกามฉันท์  เป็นข้อแรก  มักกล่าวไว้เอกเทศ  และระบุแต่หัวข้อ   ไม่บรรยายลักษณะ...ดูอธิบายในนิวรณ์     (เติมอวิชชา) 
 
อภิชฌา  =  กามฉันท์  
 
อภิชฌา =  โลภะ  
 
คำว่า  กาย   ในข้อ     ท่านว่า หมายถึงนามกาย  คือกองเจตสิก  (สง.คณี  อ. ๕๓๖) 
...
ความคิดเห็นที่ 5


จิตที่ยังมีกิเลสนิวรณ์อยู่มันก็ฟุ้งซ่านบ้าง  ง่วงเหงาหาวนอนหลับสะบ้าง 
...
ความคิดเห็นที่ 6
ไม่ใช่ฌานอย่างเขาว่านี่ดอก เป็นกิเลส  เป็นนิวรณ์


https://palungjit.org/threads/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B0-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%B0.719038/

โยมถามปัญหาว่านั่งสมาธิแล้วมักจะหลับ จะแก้ไขอย่างไร ? ความจริงเป็นปัญหาพื้นฐานของนักปฏิบัติทุกคน เพราะว่า ปกติการหลับเป็นธรรมชาติของมนุษย์และสัตว์ทั้งปวง  สมาธิที่ถึงช่วงตอนที่เราหลับมีกำลังเท่ากับปฐมฌานขั้นหยาบ ถ้าใครเข้าถึงตรงนี้จะหลับทั้งนั้น
แก้ไขเมื่อ 21-05-2020 17:27:48
...
ความคิดเห็นที่ 7
 

แสดงความคิดเห็น
หรือ